บาร์เซโลน่าเอาชนะแอตเลติโก มาดริด ไปได้แบบหวุดหวิด 1-0 ในเลกที่สองของรอบรองชนะเลิศโคปา เดล เรย์ และผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของทัวร์นาเมนต์ด้วยสกอร์รวม 5-4 เฟอร์ราน ตอร์เรสยิงประตูสำคัญได้สำเร็จ โดยอาศัยความเหนือกว่าของบาร์เซโลน่าในครึ่งแรกในการจ่ายบอลทะลุผ่านฮวน มุสโซ ผู้รักษาประตูของแอตเลติโก
เกมนี้เต็มไปด้วยการปะทะกันอย่างดุเดือดและการเล่นแบบใช้กำลัง โดยทั้งสองทีมมีโอกาสทำประตูได้ อย่างไรก็ตาม เป็นบาร์เซโลน่าที่ควบคุมจังหวะของเกมได้ โดยราฟินญ่าเกือบจะทำประตูเพิ่มได้สองลูกด้วยการยิงเรียด แต่มุสโซก็รับไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
แอตเลติโกปรับเปลี่ยนเกมในช่วงครึ่งแรกโดยส่งอเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธลงสนามแทน ซึ่งสร้างผลกระทบอย่างมากต่อเกม โดยยิงเข้าประตูข้างสนามไม่นานหลังจากลงสนาม
แม้ว่าแอตเลติโกจะเล่นได้ดีขึ้นในช่วงพักครึ่ง แต่บาร์เซโลน่าก็ยังเป็นฝ่ายรุก โดยราฟินญ่าและลามีน ยามาลสร้างปัญหาให้กับแนวรับของแอตเลติโก อย่างไรก็ตาม ความพยายามของทีมเจ้าบ้านกลับต้องล้มเหลวในที่สุด และชัยชนะที่เฉียดฉิวของบาร์เซโลน่าถือเป็นชัยชนะนอกบ้านครั้งที่สี่ติดต่อกันเหนือแอตเลติโก
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากในช่วงหลังของแอตเลติโก โดยตอนนี้ทีมไม่ชนะเลยแม้แต่นัดเดียว และกำลังเผชิญหน้ากับช่องว่าง 9 คะแนนในลาลีกา ความหวังสุดท้ายในการคว้าแชมป์อยู่ที่โกปา เดล เรย์ แต่โอกาสของพวกเขาดูริบหรี่ ในทางกลับกัน ชัยชนะของบาร์เซโลน่าทำให้พวกเขายังมีโอกาสคว้าแชมป์สี่รายการได้ เนื่องจากพวกเขาคว้าแชมป์ซูเปอร์คัพสเปนไปแล้ว
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้บาร์เซโลน่าและเรอัล มาดริดได้เจอกันในนัดชิงชนะเลิศโกปา เดล เรย์ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นที่เซบีย่า บาร์เซโลน่ามีฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งโดยไม่แพ้ใครมา 21 เกมในทุกรายการ ทำให้พวกเขาเป็นคู่แข่งที่น่าเกรงขาม
ด้วยชัยชนะครั้งนี้ บาร์เซโลน่าได้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศโกปา เดล เรย์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2020/21 และหวังที่จะเพิ่มถ้วยรางวัลที่น่าประทับใจภายใต้การนำของโค้ชฮันซี่ ฟลิค โมเมนตัมและความมั่นใจของทีมจะถูกทดสอบเมื่อพวกเขาเผชิญหน้ากับคู่ปรับตลอดกาลในรอบชิงชนะเลิศที่ทุกคนต่างตั้งตารอ