พรีเมียร์ลีกเตรียมนำเทคโนโลยีล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ (SAOT) มาใช้ในแมตช์วีคที่ 32 เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน ระบบนวัตกรรมนี้จะช่วยเพิ่มความเร็ว ประสิทธิภาพ และความสม่ำเสมอในการตัดสินใจล้ำหน้า มอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับแฟนๆ และผู้ชมการถ่ายทอดสด เทคโนโลยีนี้ได้รับการพัฒนาโดยร่วมมือกับ PGMOL และบริษัทข้อมูลกีฬา Genius Sports
ระบบ SAOT ใช้กล้องความเร็วสูง 30 ตัวที่ติดตั้งไว้รอบสนามพรีเมียร์ลีกแต่ละแห่ง โดยบันทึกภาพด้วยความเร็ว 100 เฟรมต่อวินาที กล้องเหล่านี้จะติดตามการเคลื่อนที่ของลูกบอลอย่างแม่นยำและข้อมูลมากถึง 10,000 จุดต่อผู้เล่น โดยจะแจ้งเตือนเหตุการณ์ล้ำหน้าที่อาจเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ระบบจะแนะนำ “จุดเตะ” และสร้างเส้นล้ำหน้า ช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มความแม่นยำ
แม้ว่าเทคโนโลยีนี้จะเป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ แต่ยังคงต้องมีการป้อนข้อมูลจากมนุษย์เพื่อยืนยันการตัดสินใจ ผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ (VAR) จะตรวจสอบและอนุมัติผลลัพธ์ที่สร้างขึ้นโดย SAOT เพื่อให้แน่ใจว่ามีความแม่นยำและความสม่ำเสมอ ระบบจะพิจารณาการตัดสินล้ำหน้าด้วย เช่น การเล่นโดยเจตนาของกองหลังหรือการขัดขวางฝ่ายตรงข้าม
การนำระบบ SAOT มาใช้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความล่าช้าในการตัดสินใจล้ำหน้า โดยคาดว่าจะลดเวลาเฉลี่ยลงได้ 30 วินาที ระบบจะแสดงภาพจำลองเหตุการณ์ในรูปแบบ 3 มิติ โดยมีเส้นสีแดงสำหรับการตัดสินใจล้ำหน้าและเส้นสีเขียวสำหรับการตัดสินใจล้ำหน้า กำแพงแนวตั้งสีขาวจะแสดงเส้นล้ำหน้า โดยมี “ชีพจร” สีน้ำเงินที่ส่วนร่างกายที่เกี่ยวข้องของกองหลัง
พรีเมียร์ลีกเน้นย้ำว่าระบบ SAOT จะไม่ส่งผลต่อความแม่นยำในการตัดสินใจล้ำหน้า ซึ่งถูกต้อง 100% ในฤดูกาลนี้ เทคโนโลยีนี้จะช่วยเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพของกระบวนการ ทำให้แฟนบอลและผู้ชมการถ่ายทอดสดได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ลีกยังยืนยันด้วยว่าระบบ SAOT จะไม่นำระบบล้ำหน้าแบบ “เล็บเท้า” มาใช้ โดยยังคงแนวทางการใช้เส้น “หนา” เดิมไว้
การนำระบบ SAOT มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องของพรีเมียร์ลีกในการปรับปรุงความแม่นยำและประสิทธิภาพของการตัดสินใจ VAR ด้วยเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ในการแข่งขันเอฟเอคัพ รอบที่ 5 และรอบต่อๆ ไป แฟนๆ สามารถคาดหวังได้ว่ากระบวนการตัดสินใจล้ำหน้าจะมีประสิทธิภาพและแม่นยำยิ่งขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า