ทีมของ ชาบี อลอนโซ่ เป็นต่ออย่างมากในการเข้าชิงชนะเลิศเป็นครั้งที่สองติดต่อกัน แต่กลับถูกคู่แข่งที่เป็นรองเอาชนะตั้งแต่ต้นจนจบ
เลเวอร์คูเซ่น ขึ้นนำก่อนตั้งแต่ไก่โห่จาก โยนาธาน ทาห์ นาที 17 อย่างไรก็ตามเจ้าบ้านมาได้ประตูตีเสมอจาก มาริอุส เวิร์ล นาที 20 ที่ซ้ำจังหวะที่กองหลัง เลเวอร์คูเซ่น เคลียร์ไม่ขาดเข้าไป
เมื่อครึ่งแรกดำเนินไป เลเวอร์คูเซ่น ครองบอลได้มากกว่า โดย บีเลเฟลด์ โต้กลับได้จบแบบเหน่งๆ หลายครั้ง
บีเลเฟลด์ นำ เลเวอร์คูเซ่น ขึ้นนำก่อนหมดครึ่งแรก มักซิมิเลียน โกรสเซอร์ ซัดฟรีคิกเข้าไปในนาที 45+3
บีเลเฟลด์ ยังคงสร้างพลังให้คู่แข่งได้เหนือกว่า ต่อสู้ในการดวลและทำให้ เลเวอร์คูเซ่น แทบไม่มีโอกาสได้พาตัวเองกลับเข้าสู่เกม
แพทริค ชิค ฮีโร่ช่วงท้ายเกมของเลเวอร์คูเซนในช่วงสองฤดูกาลที่ผ่านมา มีโอกาสตีเสมอได้ในช่วงนาทีที่ 81 แต่โหม่งบอลไปโดนเสาประตู
ถือเป็นความผิดหวังครั้งใหญ่สำหรับทีมของอลอนโซ เมื่อพิจารณาจากการที่พวกเขาต้องออกจากยุโรปไปเจอกับบาเยิร์น มิวนิค คู่แข่ง
การออกจากยุโรปครั้งนี้ทำให้ความสนใจเปลี่ยนไปที่การแข่งขันบุนเดสลีกาได้ เนื่องจากเลเวอร์คูเซนต้องการกดดันบาเยิร์น จ่าฝูง
เดเอฟเบ โพคาล ปีนี้เป็นหนึ่งในรายการที่เปิดกว้างที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยแชมป์เก่าอย่างบาเยิร์น มิวนิค โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ต่างก็ตกรอบตั้งแต่เนิ่นๆ
สำหรับบีเลเฟลด์ รั้งอันดับที่สี่ในดิวิชั่นสามของเยอรมนี โดยเหลือการแข่งขันอีก 8 รอบ มีเพียงสามอันดับแรกเท่านั้นที่มีโอกาสเลื่อนชั้น โดยสองอันดับแรกจะขึ้นไปเล่นดิวิชั่นสองโดยตรง
ในวันพุธ ไลป์ซิก จะไปเยือนสตุ๊ตการ์ท ในรอบรองชนะเลิศอีกนัดหนึ่ง
ไลป์ซิกซึ่งคว้าแชมป์เดเอฟเบ โพคาลมาได้ 2 จาก 3 สมัยหลังสุด จะได้รับการบริหารงานโดยซอลท์ เลิฟ กุนซือชั่วคราว ซึ่งเข้ามาคุมทีมต่อจากมาร์โก โรส ที่ถูกไล่ออกเมื่อวันอาทิตย์