แอสตัน วิลล่า ทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศยูโรปา ลีก ด้วยชัยชนะอย่างถล่มทลาย 4-0 เหนือน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่วิลล่า พาร์ค เมื่อคืนวันพฤหัสบดี พลิกสถานการณ์จากที่ตามหลัง 1-0 ในเลกแรก คว้าชัยชนะด้วยสกอร์รวม 4-1
หลังจากตามหลัง 1-0 ในเลกแรก ทีมของอูไน เอเมรี่ โชว์ฟอร์มโหดต่อหน้าแฟนบอลในบ้าน เพื่อรักษาความหวังในการคว้าถ้วยรางวัลยุโรป
วิลล่าครองเกมได้เป็นส่วนใหญ่ และได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 36 เมื่อออลลี่ วัตกินส์ ยิงให้เจ้าบ้านขึ้นนำ
ประตูของกองหน้ารายนี้ทำให้สกอร์รวมเสมอกัน และยกระดับบรรยากาศในวิลล่า พาร์ค เมื่อลูกทีมของเอเมรี่เริ่มควบคุมเกมได้อย่างสมบูรณ์เหนือฟอเรสต์ที่ดูเงียบเหงา
สโมสรจากพรีเมียร์ลีกขยายสกอร์เป็น 2-0 หลังพักครึ่ง จากเอมิเลียโน่ บูเอนเดีย ที่ยิงจุดโทษอย่างใจเย็นในนาทีที่ 58
ฟอเรสต์พยายามตอบโต้แต่ก็ทำได้ไม่ดีนัก และแทบไม่ได้สร้างความอันตรายให้กับ เอมิเลียโน มาร์ติเนซ ผู้รักษาประตูของวิลล่าเลย โดยทีมเยือนขาดความเข้มข้นที่เคยทำได้ในรอบก่อนๆ ของการแข่งขัน
จากนั้น จอห์น แม็กกินน์ กัปตันทีม ก็ยิงสองประตูในช่วงท้ายเกมในนาทีที่ 77 และ 80 ทำให้วิลล่าคว้าชัยอย่างเด็ดขาด
ประตูแรกของเขามาจากการทำงานที่ยอดเยี่ยมของ วัตกินส์ ก่อนที่ มอร์แกน โรเจอร์ส จะส่งบอลให้แม็กกินน์ทำประตูที่สอง ขณะที่วิลล่าบุกอย่างหนักในช่วงท้ายเกม
มิดฟิลด์รายนี้ฉลองอย่างสุดเหวี่ยงกับแฟนบอลเจ้าบ้าน ขณะที่ผู้เล่นฟอเรสต์ต่างตกตะลึงกับการพ่ายแพ้
ผลการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่น่าจดจำในยุโรปสำหรับ เอเมรี่ ซึ่งชื่อเสียงของเขาในการแข่งขันระดับทวีปยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ผู้จัดการทีมวิลล่าได้รับการยืนปรบมือจากแฟนบอลหลังจบเกม หลังจากนำสโมสรเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศรายการใหญ่ในยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ
ดิออน ดับลิน อดีตศูนย์หน้าของวิลล่า ยกย่องการเล่นเชิงแท็กติกในรายการวิทยุ BBC Radio 5 Live โดยกล่าวถึงเอเมรี่ว่า “คือปรมาจารย์ของการแข่งขันรายการนี้”
วิลล่าจะพบกับเอสซี ไฟรบูร์กในรอบชิงชนะเลิศยูโรปา ลีก หลังจากที่ทีมจากเยอรมนีเอาชนะเอสซี บราก้า 3-1 ในรอบรองชนะเลิศ ทำให้ชนะด้วยสกอร์รวม 4-3
สำหรับฟอเรสต์ ความพ่ายแพ้ครั้งนี้เป็นการจบเส้นทางในยุโรปอันน่าประทับใจ ขณะที่วิลล่าเข้าใกล้การคว้าถ้วยรางวัลระดับทวีปอีกครั้งภายใต้การนำของเอเมรี่