หลังจากการเสมอกันแบบไร้สกอร์กับอิหร่านเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้รักษาประตู ติโบต์ กูร์ตัวส์ ประกาศว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดสำหรับทีมของเขาแล้ว
แม้จะครองเกมได้มากกว่าด้วยเปอร์เซ็นต์การครองบอล 70.1 เปอร์เซ็นต์ และสร้างโอกาสทำประตูได้ 1.79 จากการยิง 23 ครั้ง แต่เบลเยียมก็ไม่สามารถเจาะแนวรับที่แข็งแกร่งและมีระเบียบวินัยของอิหร่านได้ เกมยิ่งยากขึ้นไปอีกเมื่อ นาธาน เอ็นกอย กองหลังถูกไล่ออก
เบลเยียมยิงประตูไปแล้ว 23 ครั้งโดยไม่ทำประตู ซึ่งถือเป็นจำนวนสูงสุดในเกมฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ที่พวกเขายิงได้ 28 ครั้งในเกมกับซาอุดีอาระเบียเมื่อปี 1994
ตลอดการแข่งขันในครั้งนี้ ทีมชาติเบลเยียมยิงประตูไปแล้ว 69 ครั้ง นับตั้งแต่ที่มิชี บัตชูอายีทำประตูสุดท้ายให้พวกเขาได้ในเกมกับแคนาดาเมื่อปี 2022
ภายใต้การคุมทีมของรูดี้ การ์เซีย เบลเยียมอยู่อันดับสามของกลุ่ม G พวกเขาสามารถการันตีตำแหน่งสองอันดับแรกและผ่านเข้ารอบได้หากเอาชนะนิวซีแลนด์ในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มในวันที่ 26 มิถุนายน กูร์ตัวส์เน้นย้ำถึงความสำคัญของผลการแข่งขันนั้น พร้อมทั้งเตือนไม่ให้ประมาท
เขารายงานว่าอิหร่านตั้งรับลึกและแน่นกว่าที่คาดไว้ โดยใช้แผนการเล่น 5-4-1 ทำให้การเจาะแนวรับทำได้ยาก
ผู้รักษาประตูของเรอัล มาดริดกล่าวเสริมว่าเบลเยียมจำเป็นต้องเอาชนะนิวซีแลนด์ให้ได้ แม้ว่าเขาคาดการณ์ว่าจะเป็นการแข่งขันที่คล้ายคลึงกัน โดยคู่แข่งน่าจะตั้งรับด้วยผู้เล่น 11 คน
ปัจจุบันอิหร่านอยู่อันดับสองของกลุ่ม G และจะพบกับอียิปต์ในเกมสุดท้าย
อาร์เดชีร์ กาเลโนอี หัวหน้าโค้ช แสดงความพึงพอใจกับผลงานของทีมตลอดทัวร์นาเมนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงความท้าทายต่างๆ นอกสนามที่พวกเขาต้องเผชิญ ทีมของเขายังคงมีศักยภาพที่จะจบอันดับหนึ่งของกลุ่มได้
สำหรับเบลเยียม ตอนนี้โฟกัสทั้งหมดอยู่ที่การแข่งขันกับนิวซีแลนด์ การชนะจะการันตีการผ่านเข้ารอบ แต่การที่ไม่สามารถทำประตูได้ในเกมล่าสุดเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเพิ่มประสิทธิภาพในการโจมตี
ข้อความของกูร์ตัวส์เน้นย้ำถึงความสำคัญของเกมนี้ เตือนทั้งผู้เล่นและแฟนๆ ว่าทุกโอกาสต้องคว้าไว้ให้ได้ในเกมที่สำคัญยิ่งนี้
ความสามารถของทีมในการเปลี่ยนความได้เปรียบให้เป็นประตูจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาโอกาสในการแข่งขันฟุตบอลโลกของพวกเขาต่อไป