กาเบรียล เชซุส ยอมรับว่าเขาต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงที่บาร์เซโลนา เนื่องจากปัจจุบัน ราฟินญ่า และ ลามีน ยามาล กำลังเป็นกำลังหลักในแนวรุกของทีม
กองหน้าชาวบราซิลรายนี้กล่าวว่าเขาชื่นชมฟอร์มการเล่นของราฟินญ่า แต่ก็มีความมุ่งมั่นที่จะแข่งขันเพื่อโอกาสลงสนามที่มากขึ้นภายใต้การคุมทีมของ ฮันซี ฟลิค
มีรายงานว่าราฟินญ่าสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในแนวรุกของฟลิคได้อย่างเหนียวแน่น ในขณะที่ยามาล, เฟร์มิน โลเปซ และอดาเม ต่างก็มีส่วนร่วมในการทำประตูให้กับทีมเช่นกัน
การแข่งขันแย่งตำแหน่งที่ดุเดือดทำให้เชซุสได้ลงสนามเพียง 2 นัดนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมบาร์เซโลนา โดยลงเล่นเป็นเวลา 7 นาทีในเกมพบกับเฟเยนูร์ด และ 2 นาทีในเกมพบกับบาเลนเซีย
แม้จะมีเวลาลงสนามจำกัด แต่เชซุสก็สามารถประเดิมประตูแรกในสีเสื้อบาร์เซโลนาได้แล้ว โดยเป็นผู้ทำประตูที่ 5 ให้กับทีมในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก
สถิติปัจจุบันของเขาอยู่ที่ 1 ประตูจากการลงสนาม 2 นัด ในระหว่างที่เขายังคงปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตที่สโมสรแห่งแคว้นกาตาลุนยาแห่งนี้
เชซุสยอมรับในฟอร์มอันยอดเยี่ยมของราฟินญ่า และเข้าใจดีว่าเหตุใดปีกชาวบราซิลรายนี้จึงได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง
เขาเสริมว่าเป้าหมายของตนคือการอดทนรอโอกาส แย่งชิงตำแหน่ง และคว้าทุกโอกาสที่มีเพื่อเพิ่มเวลาในการลงสนาม
อดีตกองหน้าอาร์เซนอลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้รายนี้ยังเปิดเผยด้วยว่า เขาต้องการให้ประตูที่เขาทำได้มีความสำคัญต่อทีมบาร์เซโลนามากขึ้น
แทนที่จะทำประตูได้ในขณะที่ทีมนำห่างไปไกลแล้ว เชซุสกล่าวว่าเขาต้องการทำประตูที่เป็นตัวตัดสินเกมและส่งผลโดยตรงต่อผลการแข่งขันในนัดสำคัญ
เชซุสมีสัญญากับบาร์เซโลนาจนถึงเดือนมิถุนายน ปี 2029 และหวังว่าจะก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญมากขึ้นเมื่อฤดูกาลดำเนินไป
ด้วยภารกิจของสโมสรทั้งในลาลีกาและยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก กองหน้าชาวบราซิลรายนี้จะมีโอกาสพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาสามารถสร้างอิทธิพลต่อเกมรุกของฟลิคได้มากขึ้น
ความอดทนของเชซุสจะต้องถูกทดสอบอย่างหนัก เนื่องจากแนวรุกของบาร์เซโลนากำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ราฟินญ่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สร้างผลงานได้ดีที่สุด ในขณะที่ฟอร์มอันสม่ำเสมอของยามาลยิ่งทำให้โอกาสลงสนามของกองหน้าชาวบราซิลรายนี้ลดน้อยลงไปอีก
อย่างไรก็ตาม ด้วยสัญญาระยะยาวและการแข่งขันในหลายรายการ ทำให้เชซุสยังมีเวลาพิสูจน์ตัวเองกับบาร์เซโลนา
จากนี้ไป เขาจะพยายามใช้โอกาสในการลงสนามทุกครั้งให้คุ้มค่าที่สุด เพื่อโน้มน้าวให้ฟลิคเห็นว่าเขาสมควรได้รับบทบาทในทีมอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น